อนุกรมเป็นหัวข้อที่เจอบ่อยในวิชาคิดวิเคราะห์ และเป็นข้อที่ทำคะแนนได้เร็วที่สุดถ้ารู้ลำดับการดู หลักคืออย่าเดาสุ่ม ให้ไล่เช็กตามลำดับ จากรูปแบบที่พบบ่อยไปหาแบบที่ซับซ้อน
ลำดับการเช็ก (จำให้ขึ้นใจ)
- หาผลต่างระหว่างตัวติดกัน
- ถ้าผลต่างไม่คงที่ → หาผลต่างของผลต่าง (ชั้นที่ 2)
- ถ้าตัวเลขโตเร็วมาก → ลองหารดูว่าคูณด้วยค่าคงที่หรือไม่
- ถ้าขึ้นลงสลับกัน → แยกตำแหน่งคี่กับคู่เป็นสองชุด
- ถ้าไม่ใช่ทั้งหมด → ลองบวกสองตัวก่อนหน้า (ฟีโบนักชี)
รูปแบบที่ 1: ผลต่างคงที่
2, 7, 12, 17, … ผลต่างเป็น 5 ทุกครั้ง ตัวถัดไปคือ 22
รูปแบบที่ 2: ผลต่างสองชั้น
36, 46, 62, 84, 112, 146, …
- ผลต่างชั้นแรก: 10, 16, 22, 28, 34 (เพิ่มทีละ 6)
- ผลต่างถัดไปจึงเป็น 40 → 146 + 40 = 186
ถ้าผลต่างชั้นแรกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ ให้ดูชั้นที่ 2 ทันที
รูปแบบที่ 3: ผลต่างที่คูณกัน
20, 24, 32, 48, 80, 144, …
- ผลต่าง: 4, 8, 16, 32, 64 (คูณ 2 ทุกครั้ง)
- ผลต่างถัดไป 128 → 144 + 128 = 272
รูปแบบที่ 4: คูณด้วยค่าคงที่
3, 6, 12, 24, … แต่ละตัวคูณ 2 ตัวถัดไปคือ 48 สังเกตได้จากตัวเลขที่โตเร็วมาก ผลต่างจึงไม่ช่วย ต้องลองหาร
รูปแบบที่ 5: สลับสองชุด
1, 10, 3, 20, 5, 30, …
- ตำแหน่งคี่: 1, 3, 5 (บวก 2)
- ตำแหน่งคู่: 10, 20, 30 (บวก 10)
- ตัวถัดไปเป็นตำแหน่งที่ 7 (คี่) → 7
สัญญาณเตือน: ตัวเลขกระโดดขึ้นลงไม่เป็นทิศทาง
รูปแบบที่ 6: บวกสองตัวก่อนหน้า (ฟีโบนักชี)
2, 3, 5, 8, 13, … แต่ละตัว = ผลบวกสองตัวก่อนหน้า ตัวถัดไปคือ 8 + 13 = 21
กับดักที่ทำให้เสียคะแนน
- เห็นรูปแบบแรกแล้วตอบเลย ให้เช็กกับทุกตัวในโจทย์ก่อน บางข้อตั้งใจให้ 3 ตัวแรกเข้ากับรูปแบบที่ผิด
- ตัวเลือกที่เป็นผลต่างเฉย ๆ เช่นโจทย์ถามตัวถัดไป แต่ตัวเลือกมีค่าผลต่างถัดไปวางไว้ล่อ
- ใช้เวลาเกิน 1 นาที ถ้าไล่ครบ 5 ขั้นแล้วยังไม่ออก ให้ข้ามไปก่อน แล้วค่อยกลับมาทำ
ฝึกให้คล่อง
อนุกรมต้องฝึกจนตาเห็นรูปแบบเอง ทำวันละ 20 ข้อ 1–2 สัปดาห์ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นชัดเจน