เซียนสอบSIENSOB

กรมสรรพากร 2569

ข้อสอบตัวอย่าง: ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

10 ข้อ พร้อมคำตอบ คำอธิบาย ตัวเลือกที่ผิด และแหล่งอ้างอิง

ข้อ 1. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งมีผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับประจำปีที่ต้องรายงาน แต่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการยังไม่ได้รับรายงานดังกล่าว ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หน่วยงานนี้ต้องส่งรายงานภายในกำหนดใดและต่อผู้ใด

  1. ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
  2. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีผู้กำหนดแบบรายงาน
  3. ภายในสามสิบวันนับแต่สิ้นปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
  4. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

ข้อ 2. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสงสัยว่านาย ก. ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับอาจรู้ถึงข้อมูลข่าวสารลับ แต่ยังไม่สงสัยว่ามีการละเมิดการรักษาความลับของข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการอย่างไร

  1. ยังไม่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจนกว่าจะยืนยันว่าได้รู้จริง
  2. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า
  3. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในสามสิบวัน
  4. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยไม่ชักช้า

ข้อ 3. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งจะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการปฏิบัติและการมีอยู่ของข้อมูลข่าวสารลับในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการดังกล่าวต้องมีผู้ใดเป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่อื่นอย่างน้อยกี่คนเป็นกรรมการ

  1. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
  2. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
  3. นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
  4. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าหนึ่งคนเป็นกรรมการ

ข้อ 4. นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและพบกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งต้องกำหนดชั้นความลับของข้อมูลข่าวสาร โดยข้อมูลนั้นไม่มีชั้นความลับหลายชั้นในเรื่องเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อใดถูกต้อง

  1. ผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับต้องเป็นผู้กำหนดเอง โดยนาย ก. ไม่มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราว
  2. นาย ก. มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที
  3. นาย ก. กำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ แล้วรีบเสนอต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายอื่นเพื่อสั่งการทันที
  4. นาย ก. กำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และเก็บเรื่องไว้โดยไม่ต้องเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับ

ข้อ 5. ข้อมูลข่าวสารลับสูญหาย นาย ก. เป็นผู้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสูญหายนั้นและสังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องดำเนินการอย่างไร

  1. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบ และนายทะเบียนต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
  2. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับทราบ และนายทะเบียนต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
  3. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบ แต่นายทะเบียนไม่ต้องบันทึกการสูญหายในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
  4. นายทะเบียนต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่นาย ก. สังกัดทราบ และนาย ก. ต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ

ข้อ 6. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดอธิบายอำนาจปรับชั้นความลับและหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของเรื่องได้ถูกต้อง

  1. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
  2. การปรับต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
  3. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานไม่มีอำนาจปรับแม้เห็นว่าไม่เหมาะสม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
  4. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับโดยไม่ต้องแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย

ข้อ 7. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดจับคู่ประเภทหน่วยงานกับผู้ที่หมายถึง “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” ได้ถูกต้อง

  1. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายกเทศมนตรี; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด
  2. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด
  3. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายกเมืองพัทยา; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด
  4. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล

ข้อ 8. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารอยู่ในชั้นความลับใด ต้องพิจารณาองค์ประกอบอย่างน้อยตามข้อใด

  1. อายุของข้อมูลข่าวสาร แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ
  2. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนสำเนาของข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ
  3. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ
  4. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และสถานที่จัดเก็บข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ

ข้อ 9. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการทำลายข้อมูลข่าวสารลับและการเก็บรักษาใบรับรองการทำลาย

  1. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  2. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  3. มีหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  4. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหกเดือน

ข้อ 10. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดอธิบายหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐและการมอบหมายหน้าที่ได้ถูกต้อง

  1. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน แต่อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวได้เฉพาะแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา แม้กฎหมายให้มอบอำนาจแก่ราชการส่วนภูมิภาคได้
  2. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และต้องมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกกรณีโดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น
  3. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่มีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และไม่อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาคได้
  4. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และอาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวตามความจำเป็นแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาค เมื่อสามารถมอบอำนาจได้ตามกฎหมาย
สมัครสมาชิกฟรีเพื่อฝึกต่อ