ข้อ 1. บริษัท ค. จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ มีภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด รายจ่ายดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ใบกำกับภาษีมีข้อความถูกต้องและสมบูรณ์ และออกโดยผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ตามประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อนี้มีผลอย่างไร
- ให้นำภาษีซื้อนั้นมาหักในการคำนวณภาษี เพราะใบกำกับภาษีออกโดยผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
- ไม่ให้นำภาษีซื้อนั้นมาหักในการคำนวณภาษี เพราะเป็นภาษีซื้อจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง
- ให้นำภาษีซื้อนั้นมาหักในการคำนวณภาษี เพราะใบกำกับภาษีมีข้อความถูกต้องและสมบูรณ์
- ให้นำภาษีซื้อนั้นมาหักในการคำนวณภาษี เพราะรายจ่ายเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ
ข้อ 2. บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ได้ขายสินค้าให้นาย ก. ไปแล้ว ต่อมาเกิดเหตุการณ์ที่กฎหมายระบุ ทำให้มูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นและมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องคำนวณใหม่ แต่บริษัทมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถออกใบเพิ่มหนี้ได้ทันในเดือนภาษีที่เกิดเหตุการณ์ ตามประมวลรัษฎากร บริษัท ค. จำกัดต้องดำเนินการอย่างไร
- ไม่ต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้นาย ก. เพราะไม่สามารถออกได้ทันเดือนภาษีที่เกิดเหตุการณ์
- ต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้นาย ก. ในเดือนภาษีที่สองถัดจากเดือนที่เกิดเหตุการณ์
- ยังคงต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้นาย ก. ภายในเดือนภาษีที่เกิดเหตุการณ์
- ต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้นาย ก. ในเดือนภาษีถัดจากเดือนที่เกิดเหตุการณ์
ข้อ 3. บริษัท ก. จำกัด จ่ายเงินได้พึงประเมินประเภท (3) จากประเทศไทยให้บริษัท ค. ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย โดยเงินได้นี้มิใช่ดอกเบี้ยจากรัฐบาลหรือสถาบันการเงินตามกรณียกเว้น ตามประมวลรัษฎากร บริษัท ก. จำกัดต้องนำส่งภาษีภายในกำหนดใด
- ภายในสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น
- ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น
- ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น
- ไม่ต้องนำส่งภาษี เพราะผู้รับเงินมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
ข้อ 4. บริษัท ค. จำกัด เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ได้ขายสินค้าและนำภาษีขายไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนมกราคม ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์พบว่าสินค้ามีจำนวนเกินกว่าที่ตกลงซื้อขายกัน จึงเพิ่มราคาสินค้าและออกใบเพิ่มหนี้ในเดือนมีนาคม โดยผู้ซื้อได้รับใบเพิ่มหนี้ในเดือนเมษายน บริษัทต้องนำภาษีขายที่เพิ่มขึ้นไปรวมคำนวณในเดือนภาษีใด
- เดือนภาษีกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่บริษัทพบจำนวนสินค้าเกิน
- เดือนภาษีมกราคม ซึ่งเป็นเดือนที่บริษัทคำนวณภาษีขายเดิม
- เดือนภาษีเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่ผู้ซื้อได้รับใบเพิ่มหนี้
- เดือนภาษีมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนที่บริษัทออกใบเพิ่มหนี้
ข้อ 5. นาย ก. สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ โดยใบกำกับภาษีมีข้อความถูกต้องและสมบูรณ์ ภาษีซื้อเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ แต่ผู้ออกใบกำกับภาษีไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10 ตามประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อนี้มีผลอย่างไร
- ให้นำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษี เพราะใบกำกับภาษีมีข้อความถูกต้องและสมบูรณ์
- ให้นำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษี เพราะนาย ก. สามารถแสดงใบกำกับภาษีว่ามีการชำระภาษีซื้อ
- ไม่ให้นำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษี เพราะผู้ออกไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10
- ให้นำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษี เพราะภาษีซื้อนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ
ข้อ 6. ข้อใดอธิบายผลของมาตรา 85/9 สำหรับสถานประกอบการชั่วคราวที่มีลักษณะและเงื่อนไขเป็นสถานประกอบการเฉพาะกิจตามที่อธิบดีกำหนดได้ถูกต้อง
- ให้ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 85/6 มาตรา 85/7 และมาตรา 85/8 และผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องทำรายงานตามที่อธิบดีกำหนด
- ไม่ให้ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 85/6 มาตรา 85/7 และมาตรา 85/8 แต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องทำรายงานและปฏิบัติตามที่อธิบดีกำหนด
- ไม่ให้ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 85/6 และมาตรา 85/7 แต่ยังคงอยู่ในบังคับของมาตรา 85/8
- ไม่ให้ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 85/6 มาตรา 85/7 และมาตรา 85/8 และผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องทำรายงาน
ข้อ 7. ข้อใดอธิบายผลของมาตรา 110 เกี่ยวกับคู่ฉบับหรือคู่ฉีกได้ถูกต้อง
- เมื่อคู่ฉบับหรือคู่ฉีกปิดแสตมป์ตามอัตราของตนแล้ว ให้ถือว่าปิดแสตมป์บริบูรณ์แม้ไม่แสดงต้นฉบับหรือพยานหลักฐาน
- หากไม่แสดงต้นฉบับหรือพยานหลักฐานให้พอใจว่าต้นฉบับปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะยังไม่ถือว่าคู่ฉบับหรือคู่ฉีกปิดแสตมป์บริบูรณ์จนกว่าจะปิดแสตมป์ครบอากรสำหรับต้นฉบับและขีดฆ่า
- แม้แสดงต้นฉบับหรือพยานหลักฐานจนพอใจว่าต้นฉบับปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ก็ยังต้องปิดแสตมป์ครบอากรสำหรับต้นฉบับอีก
- การแสดงว่าต้นฉบับปิดแสตมป์บริบูรณ์ต้องนำทั้งตราสารต้นฉบับและพยานหลักฐานมาแสดงประกอบกัน
ข้อ 8. ข้อใดอธิบายหลักการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 9 ได้ถูกต้อง
- เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น หากจำเป็นต้องคำนวณเพื่อปฏิบัติการตามลักษณะนี้ ให้ผู้คำนวณเลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยนได้เอง
- เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น หากจำเป็นต้องคำนวณเพื่อปฏิบัติการตามลักษณะนี้ ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่กระทรวงการคลังประกาศเป็นคราว ๆ
- เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น หากจำเป็นต้องคำนวณเพื่อปฏิบัติการตามลักษณะนี้ ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ
- แม้จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น หากจำเป็นต้องคำนวณเพื่อปฏิบัติการตามลักษณะนี้ ต้องใช้อัตราที่กระทรวงการคลังประกาศเป็นคราว ๆ
ข้อ 9. ข้อใดอธิบายผลตามมาตรา 78/2 (1) ได้ถูกต้อง สำหรับการนำเข้าที่ไม่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) และเป็นกรณีไม่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือได้รับยกเว้นอากรขาเข้า
- ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
- ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อทางราชการขายทอดตลอดหรือขายโดยวิธีอื่นเพื่อนำเงินมาชำระค่าใช้จ่าย
- ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาเข้า วางหลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาเข้า
- ความรับผิดไม่เกิดขึ้นเพราะไม่ต้องเสียหรือได้รับยกเว้นอากรขาเข้า
ข้อ 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ
- นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นในอีกนิติบุคคลหนึ่งโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด
- นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นในอีกนิติบุคคลหนึ่งโดยตรงหรือโดยอ้อมร้อยละสี่สิบของทุนทั้งหมด
- นิติบุคคลสองแห่งมีข้อกำหนดทางการพาณิชย์แตกต่างกัน จึงถือว่ามีความสัมพันธ์กัน
- นิติบุคคลสองแห่งมีเพียงความสัมพันธ์ด้านการจัดการ แม้ยังดำเนินการโดยอิสระจากกันได้