เซียนสอบSIENSOB

กรมสรรพากร 2569

ข้อสอบตัวอย่าง: พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ และ PDPA

10 ข้อ พร้อมคำตอบ คำอธิบาย ตัวเลือกที่ผิด และแหล่งอ้างอิง

ข้อ 1. บริษัท ค. จำกัด เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้และทำให้เกิดความเสียหาย พนักงานเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าจำเป็นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและต้องการเข้าไปในสถานที่ของบริษัท พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไรตามมาตรา 76

  1. เข้าไปในสถานที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นคำร้องขออนุญาต
  2. ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่
  3. ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่
  4. มีหนังสือแจ้งให้บริษัทอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่

ข้อ 2. ตามมาตรา 67 การที่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งอยู่ระหว่างชดใช้ทุนการศึกษาจากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงาน มีความหมายและผลอย่างไร

  1. แม้ได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ก็ไม่ถือเป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา และไม่นับเวลาปฏิบัติงานในสำนักงาน
  2. เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ให้ถือเป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา แต่ไม่นับเวลาปฏิบัติงานในสำนักงาน
  3. ต้องได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการก่อน จึงถือเป็นการชดใช้ทุนตามสัญญาและนับเวลาปฏิบัติงานในสำนักงานได้
  4. เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ให้ถือเป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา และนับเวลาปฏิบัติงานในสำนักงานเป็นเวลาชดใช้ทุน

ข้อ 3. ข้อใดอธิบายหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 40 (1) ได้ถูกต้อง

  1. ต้องดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทุกกรณี แม้คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมาย
  2. ต้องดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมาย
  3. ต้องดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  4. อาจดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากไม่ขัดต่อกฎหมาย

ข้อ 4. บริษัท ค. จำกัดประสงค์จะเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติอาชญากรรมของนาย ก. โดยนาย ก. ได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งแล้ว ตามมาตรา 26 บริษัท ค. จำกัดต้องดำเนินการอย่างไรจึงสอดคล้องกับบทบัญญัติ

  1. ห้ามเก็บรวบรวมประวัติอาชญากรรม แม้นาย ก. ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งแล้ว
  2. ต้องกระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
  3. ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และจัดให้มีมาตรการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
  4. ความยินยอมโดยชัดแจ้งเพียงพอแล้ว โดยไม่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขอื่น

ข้อ 5. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งขอข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลโดยตรงจากนาย ก. เพื่อใช้ตรวจสอบภายในตามปกติ โดยนาย ก. จะให้ข้อมูลหรือไม่ก็ได้ตามความสมัครใจ ตามมาตรา 23 หน่วยงานต้องดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการขอข้อมูลครั้งนี้

  1. แจ้งนาย ก. ล่วงหน้าหรือพร้อมกับการขอข้อมูลถึงวัตถุประสงค์ ลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ และว่าการให้ข้อมูลเป็นไปโดยสมัครใจ
  2. แจ้งนาย ก. ล่วงหน้าหรือพร้อมกับการขอข้อมูลถึงวิธีขอตรวจดู วิธีขอแก้ไข และแหล่งที่มาของข้อมูล
  3. แจ้งนาย ก. ล่วงหน้าหรือพร้อมกับการขอข้อมูลว่ามีกฎหมายบังคับให้ต้องให้ข้อมูล พร้อมระบุวัตถุประสงค์และลักษณะการใช้ข้อมูล
  4. แจ้งนาย ก. ภายหลังได้รับข้อมูลแล้วถึงวัตถุประสงค์ ลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ และว่าการให้ข้อมูลเป็นไปโดยสมัครใจ

ข้อ 6. สำนักงานได้แจ้งให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งกรรมการสรรหาในส่วนของตน แต่เมื่อครบสี่สิบห้าวัน ประธานรัฐสภายังไม่สามารถแต่งตั้งได้ ตามมาตรา 9 ต้องดำเนินการอย่างไร

  1. ให้สำนักงานเสนอชื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการสรรหาแทน
  2. ให้สำนักงานรอจนครบหกสิบวันก่อนเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม
  3. ให้คณะกรรมการสรรหาปฏิบัติหน้าที่เท่าที่มีอยู่โดยไม่ต้องเสนอชื่อแทน
  4. ให้สำนักงานแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการสรรหาแทนได้เอง

ข้อ 7. นาย ก. ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 11 ต่อหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง หน่วยงานผู้รับคำขอเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวจัดทำโดยหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นและระบุห้ามการเปิดเผยไว้ตามระเบียบที่กำหนดตามมาตรา 16 หน่วยงานผู้รับคำขอต้องดำเนินการอย่างไร

  1. ส่งคำขอให้หน่วยงานของรัฐผู้จัดทำข้อมูลข่าวสารนั้นพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป
  2. ปฏิเสธคำขอทันทีเพราะข้อมูลดังกล่าวระบุห้ามการเปิดเผยไว้
  3. แนะนำให้นาย ก. ไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่ควบคุมดูแลข้อมูลโดยไม่ชักช้า
  4. พิจารณาคำขอและมีคำสั่งเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลนั้นเอง

ข้อ 8. ข้อใดอธิบายขอบเขตของความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 15 (3) ได้ถูกต้อง

  1. ความเห็นหรือคำแนะนำภายในรวมถึงรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง และข้อมูลที่นำมาใช้จัดทำความเห็นหรือคำแนะนำนั้น
  2. อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยความเห็นหรือคำแนะนำภายในได้ แต่ไม่รวมรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่นำมาใช้จัดทำความเห็นหรือคำแนะนำนั้น
  3. ความเห็นหรือคำแนะนำภายในต้องเปิดเผย เพราะไม่อยู่ในประเภทข้อมูลที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผย
  4. ความเห็นหรือคำแนะนำภายในต้องมีคำสั่งมิให้เปิดเผยทุกกรณี โดยไม่ต้องพิจารณาประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 9. ตามมาตรา 7 หากข้อมูลข่าวสารได้จัดพิมพ์เพื่อให้แพร่หลายตามจำนวนพอสมควรแล้ว ข้อใดกล่าวถึงผลของบทบัญญัตินี้ได้ถูกต้อง

  1. การลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาโดยอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 7 วรรคหนึ่งแล้ว
  2. ต้องลงพิมพ์เนื้อหาทั้งหมดในราชกิจจานุเบกษา เพราะการอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์ไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 7
  3. การจัดพิมพ์เพื่อให้แพร่หลายตามจำนวนพอสมควร ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 7 โดยไม่ต้องลงราชกิจจานุเบกษา
  4. การลงพิมพ์ในหนังสือเวียนของหน่วยงานโดยอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 7 แล้ว

ข้อ 10. ตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดหรือเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกำหนดตามมาตรา 20 ต้องระวางโทษอย่างไร

  1. จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  4. จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สมัครสมาชิกฟรีเพื่อฝึกต่อ