เซียนสอบSIENSOB

กรมสรรพากร 2569

ข้อสอบตัวอย่าง: การบัญชี

10 ข้อ พร้อมคำตอบ คำอธิบาย ตัวเลือกที่ผิด และแหล่งอ้างอิง

ข้อ 1. บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีและเริ่มทำบัญชีแล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี และไม่อยู่ในกรณีที่ต้องปิดบัญชีพร้อมกับสำนักงานใหญ่ บริษัทต้องปิดบัญชีครั้งแรกและครั้งต่อไปอย่างไร

  1. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน
  2. ปิดครั้งแรกภายในหกเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบหกเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน
  3. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปก่อนครบสิบสองเดือนได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต
  4. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี

ข้อ 2. บริษัท ค. จำกัดซื้อเครื่องจักรนำเข้า โดยมีราคาซื้อ อากรขาเข้า และภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ บริษัทได้รับส่วนลดการค้า และจ่ายค่าขนส่งกับค่าติดตั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อให้เครื่องจักรอยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมใช้งานตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร บริษัทต้องรวมรายการใดเป็นราคาทุนของเครื่องจักร

  1. ราคาซื้อหลังหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว แต่ไม่รวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้
  2. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว
  3. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ก่อนหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว
  4. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า แต่ไม่รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว

ข้อ 3. บริษัท ค. จำกัดมีสินค้าคงเหลือชนิด ก. และชนิด ข. ซึ่งไม่อยู่ในกรณีที่มาตรฐานกล่าวไว้ต่างหาก สินค้าทั้งสองชนิดมีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน โดยบริษัทใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนกับสินค้าชนิด ก. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง

  1. กิจการต้องใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนกับสินค้าชนิด ข. เช่นเดียวกับชนิด ก.
  2. กิจการอาจใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักกับชนิด ข. หากเห็นว่าเหมาะสม
  3. กิจการไม่ต้องใช้วิธีเดียวกัน และอาจเลือกสองวิธีแยกกันสำหรับสินค้าแต่ละชนิด
  4. กิจการต้องเปลี่ยนสินค้าทั้งสองชนิดไปใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ข้อ 4. บริษัท ค. จำกัดกำลังพิจารณาต้นทุนของอุปกรณ์หนึ่งรายการ โดยมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากอุปกรณ์นั้น และบริษัทสามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ ตามมาตรฐานการบัญชี บริษัทต้องดำเนินการอย่างไร

  1. ยังไม่ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ จนกว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจริง
  2. ยังไม่ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ จนกว่าจะวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างแน่นอน
  3. ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ เพราะเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อ
  4. ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นค่าใช้จ่าย เพราะวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ

ข้อ 5. นาย ก. เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ได้เลิกประกอบธุรกิจโดยมิได้มีการชำระบัญชี มิได้ร้องขอขยายเวลาส่งมอบ และยังไม่เคยส่งมอบบัญชีหรือเอกสารมาก่อน ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 นาย ก. ต้องส่งมอบบัญชีและเอกสารแก่ผู้ใดและภายในกำหนดใด

  1. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ
  2. ส่งมอบให้ครบถ้วนถูกต้องแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเวลาที่กำหนด
  3. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันร้องขอขยายเวลา
  4. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ

ข้อ 6. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดกล่าวถึงความหมายของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดได้ถูกต้อง

  1. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
  2. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ไม่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
  3. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
  4. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อครบกำหนด ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า

ข้อ 7. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดอธิบายการจัดประเภทเงินปันผลจ่ายได้ถูกต้อง

  1. เงินปันผลจ่ายต้องจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเท่านั้น เนื่องจากเป็นต้นทุนของการจัดหาทรัพยากรทางการเงิน และไม่อาจจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงาน
  2. เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน หรือเป็นกิจกรรมดำเนินงานเพื่อช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
  3. เงินปันผลจ่ายต้องจัดเป็นองค์ประกอบของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเท่านั้น เพื่อช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
  4. เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินหรือกิจกรรมดำเนินงาน แต่การจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงานไม่ช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผล

ข้อ 8. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายหลักการจัดประเภทสินทรัพย์หมุนเวียนได้ถูกต้อง

  1. เงินสดที่มีข้อจำกัดในการใช้ชำระหนี้สินอย่างน้อย 12 เดือนเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน
  2. สินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดครบทุกข้อ
  3. สินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดข้อใดข้อหนึ่ง
  4. สินทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดให้จัดประเภทเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน

ข้อ 9. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในการเลื่อนการชำระหนี้ที่ทำให้กิจการต้องจัดประเภทหนี้สินเป็นรายการหมุนเวียนได้ถูกต้อง

  1. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการมีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน
  2. ณ วันเริ่มรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน
  3. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน
  4. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน

ข้อ 10. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายการจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องได้ถูกต้อง

  1. งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง เว้นแต่ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง
  2. งบการเงินอาจจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องประเมินความสามารถของกิจการ หากฝ่ายบริหารยังมิได้ตัดสินใจหยุดธุรกิจ
  3. งบการเงินต้องไม่จัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องทันที เมื่อพบความไม่แน่นอนอย่างมีสาระสำคัญที่ทำให้เกิดข้อสงสัย
  4. งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง แม้ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง
สมัครสมาชิกฟรีเพื่อฝึกต่อ