ความรู้เกี่ยวกับกรมสรรพากร: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1

ความรู้เกี่ยวกับกรมสรรพากร · ผู้เตรียมสอบกรมสรรพากร 2569

Overview

ข้อสอบฝึกทำที่ผลิตจากกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร (พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567) ประวัติ วิสัยทัศน์ และค่านิยมจากเว็บไซต์กรมสรรพากร ทุกข้อมีข้อความอ้างอิงจากต้นฉบับ และผ่านการตรวจของเจ้าของระบบ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริง ข้อมูลที่เปลี่ยนตามเวลา (เช่น อธิบดี แผนประจำปี) เป็นข้อมูล ณ ปี 2569

Exam framework: กรมสรรพากร
Language sections & stimuliEnglish Profile v1
Status:
ready
Blueprint: 21 questions · 0 topics · multiple choice · 21 min

Blueprint

Topic weighting and difficulty distribution

TopicWeight# QuestionsDifficulty (E/M/H)

Exam Set Intelligence

Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.

12 min

Estimated time

3

Topics

0

Coverage gaps

0

Duplicate pairs

83/100

Blueprint alignment

Blueprint Target vs Actual

difficulty: easyTarget 0% · Actual 67% · Variance +67pp · major mismatch ⚠
difficulty: mediumTarget 0% · Actual 24% · Variance +24pp · major mismatch ⚠
difficulty: hardTarget 0% · Actual 10% · Variance +10pp · overrepresented ⚠

⚠ difficulty easy: major_mismatch (+67pp).

⚠ difficulty medium: major_mismatch (+24pp).

⚠ difficulty hard: overrepresented (+10pp).

Assessment Performance

Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.

0

Attempts

0

Completed

—

Completion rate

—

Average score

—

Median score

—

Average completion

No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.

All modes · observed-question-v1 · calculated 9/27/2026, 8:01:40 PM

Questions

Review, edit, approve, or reject generated questions.

21 approved and ready to save.

Q1
rd_history
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของการรวมกรมสรรพากรนอกกับกรมสรรพากรในได้ถูกต้อง

  • A. ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ แล้วรวมเป็นกรมสรรพากรเพื่อให้การตรวจตราและจัดการเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น ✓
  • B. ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และรวมเป็นกรมสรรพากรตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2457
  • C. ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ แต่ยังคงแยกเป็นสองกรมตามเดิม
  • D. รวมทั้งสองกรมเป็นกรมสรรพากร แล้วให้สังกัดกระทรวงมหาดไทยเพราะเป็นงานปกครองท้องที่

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ แล้วรวมเป็นกรมสรรพากรเพื่อให้การตรวจตราและจัดการเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น" ตามประวัติกรมสรรพากร พระราชดำริเห็นว่างานตรวจเก็บภาษี การบัญชี และการรวบรวมผลประโยชน์แผ่นดินเหมาะที่จะอยู่ในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติซึ่งบัญชาการเงิน จึงย้ายกรมสรรพากรในและกรมสรรพากรนอกมาสังกัดกระทรวงดังกล่าวและรวมเป็นกรมสรรพากร เพื่อให้การตรวจตราและจัดการเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และรวมเป็นกรมสรรพากรตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2457" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าให้รวมเป็นกรมสรรพากรตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2458 • "ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ แต่ยังคงแยกเป็นสองกรมตามเดิม" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้รวมกรมสรรพากรนอกและกรมสรรพากรในเข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า กรมสรรพากร • "รวมทั้งสองกรมเป็นกรมสรรพากร แล้วให้สังกัดกระทรวงมหาดไทยเพราะเป็นงานปกครองท้องที่" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่างานดังกล่าวอยู่ในกระทรวงที่มีหน้าที่ปกครองยังไม่เหมาะ และให้ย้ายมาขึ้นกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ให้ยกกรมสรรพากรใน ซึ่งแต่เดิมขึ้นอยู่ในกระทรวงนครบาล และกรมสรรพากรนอกซึ่งเดิมขึ้นอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาขึ้นอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงพระคลังมหาสมบัติ” ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “เพื่อจะได้จัดการตรวจตราและจัดการให้เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นฉะนั้นจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกกรมสรรพากรใน ซึ่งแต่เดิมขึ้นอยู่ในกระทรวงนครบาล และกรมสรรพากรนอกซึ่งเดิมขึ้นอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาขึ้นอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงพระคลังมหาสมบัติและให้รวมเข้าเป็นกรมเดียวกันเรียกว่ากรมสรรพากร”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ให้ยกกรมสรรพากรใน ซึ่งแต่เดิมขึ้นอยู่ในกระทรวงนครบาล และกรมสรรพากรนอกซึ่งเดิมขึ้นอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาขึ้นอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงพระคลังมหาสมบัติ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q2
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ใด

  • A. พ.ศ. 2418
  • B. พ.ศ. 2439 ✓
  • C. พ.ศ. 2416
  • D. พ.ศ. 2433

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พ.ศ. 2439" ตามประวัติการจัดเก็บภาษีอากรในสมัยรัชกาลที่ 5 ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2439 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้นเป็นครั้งแรก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พ.ศ. 2418" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า พ.ศ. 2418 เป็นปีที่ตราพระราชบัญญัติกรมพระคลังมหาสมบัติ ส่วนการจัดทำงบประมาณแผ่นดินครั้งแรกเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2439 • "พ.ศ. 2416" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า พ.ศ. 2416 เป็นปีที่ตราพระราชบัญญัติสำหรับหอรัษฎากรพิพัฒน์ ส่วนการจัดทำงบประมาณแผ่นดินครั้งแรกเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2439 • "พ.ศ. 2433" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า พ.ศ. 2433 เป็นปีที่ยกฐานะกรมพระคลังมหาสมบัติเป็นกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ส่วนการจัดทำงบประมาณแผ่นดินครั้งแรกเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2439 อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “การจัดเก็บภาษีอากรในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411 - พ.ศ. 2453)” ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2439 พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้นเป็นครั้งแรก”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “การจัดเก็บภาษีอากรในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411 - พ.ศ. 2453)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q3
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

กรมสรรพากรย้ายที่ทำการไปอยู่ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ในพระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ใด

  • A. วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2473
  • B. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2491
  • C. วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ✓
  • D. วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2478

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476" ตามหัวข้อสถานที่ตั้งกรมสรรพากร กรมสรรพากรย้ายที่ทำการไปอยู่ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ในพระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2473" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าวันย้ายที่ทำการไปยังหอรัษฎากรพิพัฒน์คือวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476 • "วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2491" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าวันย้ายที่ทำการไปยังหอรัษฎากรพิพัฒน์คือวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476 • "วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2478" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าวันย้ายที่ทำการไปยังหอรัษฎากรพิพัฒน์คือวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476 อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “และได้ย้ายที่ ทำการไปอยู่ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “และได้ย้ายที่ ทำการไปอยู่ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q4
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประวัติกรมสรรพากร สงครามมหาเอเชียบูรพาเกิดขึ้นเมื่อใด

  • A. วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2486
  • B. วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2481
  • C. วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2482
  • D. วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485" ข้อความในหัวข้อการจัดเก็บภาษีอากรตั้งแต่รัชกาลที่ 7 ระบุว่า สงครามมหาเอเชียบูรพาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2486" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุวันที่เกิดสงครามไว้เป็นวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ไม่ใช่ พ.ศ. 2486 • "วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2481" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสงครามมหาเอเชียบูรพาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ไม่ใช่ พ.ศ. 2481 • "วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2482" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสงครามมหาเอเชียบูรพาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ไม่ใช่ พ.ศ. 2482 อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ครั้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้น”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ครั้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q5
rd_history
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายความหมายของข้อความเรื่องการส่งคืนตราพระราชทานได้ถูกต้อง

  • A. ตราประจำตัวต้องส่งคืนเมื่อไม่มีตัวผู้รับ และตราประจำตำแหน่งก็ต้องส่งคืนเช่นกัน ✓
  • B. ตราประจำตัวต้องส่งคืนเมื่อไม่มีตัวผู้รับ ส่วนตราประจำตำแหน่งไม่ต้องส่งคืน
  • C. ตราประจำตัวตกทอดแก่ทายาทเมื่อไม่มีตัวผู้รับ ส่วนตราประจำตำแหน่งต้องส่งคืน
  • D. ตราประจำตัวและตราประจำตำแหน่งไม่ต้องส่งคืน เพราะเป็นตราที่พระราชทานแล้ว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตราประจำตัวต้องส่งคืนเมื่อไม่มีตัวผู้รับ และตราประจำตำแหน่งก็ต้องส่งคืนเช่นกัน" ตามข้อความเรื่องการใช้ตราในประวัติกรมสรรพากร ผู้ได้รับตราพระราชทานต้องส่งคืนตราประจำตัวเมื่อไม่มีตัวแล้ว และตราประจำตำแหน่งก็ต้องส่งคืนเช่นกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตราประจำตัวต้องส่งคืนเมื่อไม่มีตัวผู้รับ ส่วนตราประจำตำแหน่งไม่ต้องส่งคืน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า หากเป็นตราประจำตำแหน่งก็ต้องส่งคืนเช่นกัน • "ตราประจำตัวตกทอดแก่ทายาทเมื่อไม่มีตัวผู้รับ ส่วนตราประจำตำแหน่งต้องส่งคืน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า หากเป็นตราประจำตัว เมื่อไม่มีตัวแล้วก็ส่งคืน • "ตราประจำตัวและตราประจำตำแหน่งไม่ต้องส่งคืน เพราะเป็นตราที่พระราชทานแล้ว" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ส่งคืนทั้งตราประจำตัวเมื่อไม่มีตัวผู้รับและตราประจำตำแหน่ง อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ถ้าเป็นตราประจำตัว เมื่อไม่มีตัวแล้วก็ส่งคืน” ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ถ้าเป็นตราประจำตำแหน่งก็ต้องส่งคืนเช่นกัน”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ถ้าเป็นตราประจำตัว เมื่อไม่มีตัวแล้วก็ส่งคืน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q6
rd_organization
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานหนึ่งของกรมสรรพากรซึ่งปฏิบัติงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและขอความช่วยเหลือจากกองเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กองเทคโนโลยีสารสนเทศต้องดำเนินการอย่างไร

  • A. ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ประชาชนแทนหน่วยงานนั้น
  • B. ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่หน่วยงานนั้น ✓
  • C. ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณแก่หน่วยงานนั้นแทนการสนับสนุนทางวิชาการ
  • D. ไม่ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่หน่วยงานนั้น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่หน่วยงานนั้น" กรณีนี้เป็นหน่วยงานของกรมที่ปฏิบัติงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเข้าตามข้อ 10 (3) ซึ่งกำหนดให้กองเทคโนโลยีสารสนเทศให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบดังกล่าวแก่หน่วยงานของกรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ประชาชนแทนหน่วยงานนั้น" ผิด: ข้อ 10 (3) ระบุผู้รับการสนับสนุนทางวิชาการว่าเป็นหน่วยงานของกรมซึ่งปฏิบัติงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ • "ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณแก่หน่วยงานนั้นแทนการสนับสนุนทางวิชาการ" ผิด: ข้อ 10 (3) ระบุการสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ใช่การสนับสนุนด้านงบประมาณ • "ไม่ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่หน่วยงานนั้น" ผิด: ข้อ 10 (3) กำหนดให้กองเทคโนโลยีสารสนเทศ “ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ” แก่หน่วยงานของกรมซึ่งปฏิบัติงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ อ้างอิงตัวบท ข้อ 10 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567): “ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่หน่วยงานของกรม ซึ่งปฏิบัติงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์”

ข้อ 10 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567): “ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่หน่วยงานของกรม ซึ่งปฏิบัติงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q7
rd_organization
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

กรมสรรพากรต้องวางกรอบตัวเลขการจัดเก็บและการคืนภาษีอากรล่วงหน้า และต้องตรวจสอบภายหลังว่าผลการจัดเก็บเป็นไปตามกรอบดังกล่าวหรือไม่ กองวิชาการแผนภาษีต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร

  • A. ติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากรให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลแทนประมาณการที่กำหนดไว้
  • B. จัดทำประมาณการเฉพาะการจัดเก็บภาษีอากร โดยไม่ต้องประมาณการคืนภาษีอากร
  • C. จัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร พร้อมทั้งติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากรให้สอดคล้องกับประมาณการที่ได้กำหนดไว้ ✓
  • D. จัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร โดยไม่ต้องติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากร

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร พร้อมทั้งติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากรให้สอดคล้องกับประมาณการที่ได้กำหนดไว้" กรณีนี้มีทั้งการวางกรอบตัวเลขการจัดเก็บและคืนภาษีอากร และการตรวจสอบผลจริงเทียบกับกรอบ จึงตรงกับข้อ 19 (4) ซึ่งกำหนดให้กองวิชาการแผนภาษีจัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร พร้อมทั้งติดตามประเมินผลการจัดเก็บให้สอดคล้องกับประมาณการที่กำหนดไว้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากรให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลแทนประมาณการที่กำหนดไว้" ผิด: ข้อ 19 (4) กำหนดให้ติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากรให้สอดคล้องกับ “ประมาณการที่ได้กำหนดไว้” • "จัดทำประมาณการเฉพาะการจัดเก็บภาษีอากร โดยไม่ต้องประมาณการคืนภาษีอากร" ผิด: ข้อ 19 (4) ระบุให้จัดทำประมาณการทั้ง “จัดเก็บและคืนภาษีอากร” • "จัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร โดยไม่ต้องติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากร" ผิด: ข้อ 19 (4) ระบุว่า “พร้อมทั้งติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากร” อ้างอิงตัวบท ข้อ 19 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567): “จัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร” ข้อ 19 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567): “พร้อมทั้งติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากรให้สอดคล้องกับประมาณการที่ได้กำหนดไว้”

ข้อ 19 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567): “จัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q8
rd_organization
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายภารกิจของกรมสรรพากรตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร ได้ถูกต้อง

  • A. มุ่งใช้นโยบายภาษีโดยไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
  • B. มุ่งให้ได้ภาษีตามเป้าหมายโดยไม่ต้องคำนึงถึงความทั่วถึงและเป็นธรรม
  • C. มุ่งให้เกิดการเสียภาษีโดยไม่คำนึงถึงความสมัครใจของผู้เสียภาษี
  • D. มุ่งให้ได้ภาษีตามเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม และให้เกิดความสมัครใจในการเสียภาษี ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มุ่งให้ได้ภาษีตามเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม และให้เกิดความสมัครใจในการเสียภาษี" ตามข้อ 2 กรมสรรพากรมีภารกิจด้านการจัดเก็บภาษี การเสนอแนะและการใช้นโยบายทางภาษีอากร เพื่อให้ได้ภาษีตามเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมทั้งให้เกิดความสมัครใจในการเสียภาษี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มุ่งใช้นโยบายภาษีโดยไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม" ผิด: ข้อ 2 ระบุให้การดำเนินภารกิจเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม • "มุ่งให้ได้ภาษีตามเป้าหมายโดยไม่ต้องคำนึงถึงความทั่วถึงและเป็นธรรม" ผิด: ข้อ 2 กำหนดเป้าหมายให้ได้ภาษีอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมโดยชัดแจ้ง • "มุ่งให้เกิดการเสียภาษีโดยไม่คำนึงถึงความสมัครใจของผู้เสียภาษี" ผิด: ข้อ 2 ระบุผลที่มุ่งหมายว่าให้เกิดความสมัครใจในการเสียภาษี อ้างอิงตัวบท ข้อ 2 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567): “เพื่อให้ได้ภาษีตามเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” ข้อ 2 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567): “และเกิดความสมัครใจในการเสียภาษี”

ข้อ 2 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2567): “เพื่อให้ได้ภาษีตามเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q9
rd_vision_strategy
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายความหมายของ D – Development ในค่านิยม I AM RD ได้ถูกต้อง

  • A. พัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานและบริการให้ผู้เสียภาษีพึงพอใจ ✓
  • B. มีความเป็นมืออาชีพ สั่งสมความรู้และความเชี่ยวชาญในงานที่รับผิดชอบ
  • C. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันหมั่นเพียร มุ่งมั่นและกระตือรือร้น
  • D. มีจริยธรรมและจรรยาบรรณ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานและบริการให้ผู้เสียภาษีพึงพอใจ" ตามค่านิยมกรมสรรพากร I AM RD ตัว D – Development หมายถึง พัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานและบริการให้ผู้เสียภาษีพึงพอใจ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความเป็นมืออาชีพ สั่งสมความรู้และความเชี่ยวชาญในงานที่รับผิดชอบ" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของ M – Mastery ไม่ใช่ D – Development • "มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันหมั่นเพียร มุ่งมั่นและกระตือรือร้น" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของ A – Accountability ไม่ใช่ D – Development • "มีจริยธรรมและจรรยาบรรณ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของ I – Integrity ส่วน D – Development หมายถึงการพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ อ้างอิงตัวบท ค่านิยมกรมสรรพากร I AM RD: “D – Development: พัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานและบริการให้ผู้เสียภาษีพึงพอใจ”

ค่านิยมกรมสรรพากร I AM RD: “D – Development: พัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานและบริการให้ผู้เสียภาษีพึงพอใจ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q10
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

กรมสรรพากรนอกแบ่งส่วนราชการออกเป็นกี่แผนก

  • A. 5 แผนก
  • B. 6 แผนก ✓
  • C. 7 แผนก
  • D. 8 แผนก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "6 แผนก" ตามหัวข้อการแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากรนอก กรมสรรพากรนอกแบ่งส่วนราชการออกเป็น 6 แผนก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "5 แผนก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแบ่งส่วนราชการออกเป็น 6 แผนก • "7 แผนก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุจำนวนไว้ 6 แผนก ไม่ใช่ 7 แผนก • "8 แผนก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแบ่งส่วนราชการเป็น 6 แผนก ส่วนการจัดเก็บภาษีแบ่งเป็น 8 หมวด อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “แบ่งส่วนราชการออกเป็น 6 แผนก”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “แบ่งส่วนราชการออกเป็น 6 แผนก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q11
rd_history
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดสรุปขอบเขตของบทความเรื่องประวัติการจัดเก็บภาษีอากรได้ถูกต้อง

  • A. บทความถือว่าเรื่องภาษีก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็นข้อยืนยันจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์โดยตรง
  • B. บทความเน้นวิวัฒนาการการจัดเก็บภาษีที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ตั้งแต่สมัยก่อนกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน
  • C. บทความเน้นวิวัฒนาการการจัดเก็บภาษีที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน ✓
  • D. บทความถือว่าการเกณฑ์แรงงานภายในประเทศไม่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเก็บภาษี

Explanation: คำตอบที่ถูก: "บทความเน้นวิวัฒนาการการจัดเก็บภาษีที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน" ตามตอนท้ายของประวัติการจัดเก็บภาษีอากร บทความเน้นส่วนที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา เพื่อแสดงวิวัฒนาการการจัดเก็บภาษีของไทยจนถึงปัจจุบัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บทความถือว่าเรื่องภาษีก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็นข้อยืนยันจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์โดยตรง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเรื่องก่อนยุคสุโขทัยเป็นเพียงการวิเคราะห์วิวัฒนาการของระบบภาษีโดยอิงกับรูปแบบการปกครอง • "บทความเน้นวิวัฒนาการการจัดเก็บภาษีที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ตั้งแต่สมัยก่อนกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าหลักฐานที่อ้างอิงได้เริ่มตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา ส่วนก่อนหน้านั้นเป็นการวิเคราะห์จากรูปแบบการปกครอง • "บทความถือว่าการเกณฑ์แรงงานภายในประเทศไม่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเก็บภาษี" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการเกณฑ์แรงงานอาจถือเป็นรูปแบบการเก็บภาษีที่ไม่เป็นตัวเงินประเภทหนึ่ง อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “แต่ตามบทความนี้จะเน้นเฉพาะประวัติการจัดเก็บภาษีอากรในส่วนที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ โดยเป็นหลักฐานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมาว่า ประเทศไทยได้มีวิวัฒนาการในการจัดเก็บภาษี เป็นอย่างใดมาจนถึงปัจจุบัน”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “แต่ตามบทความนี้จะเน้นเฉพาะประวัติการจัดเก็บภาษีอากรในส่วนที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ โดยเป็นหลักฐานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมาว่า ประเทศไทยได้มีวิวัฒนาการในการจัดเก็บภาษี เป็นอย่างใดมาจนถึงปัจจุบัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q12
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในสมัยกรุงสุโขทัย มีการเก็บจังกอบในอัตราเท่าใด

  • A. อัตรา 100 ชัก 1
  • B. อัตรา 20 ชัก 1
  • C. อัตรา 10 ชัก 2
  • D. อัตรา 10 ชัก 1 ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อัตรา 10 ชัก 1" ตามประวัติการจัดเก็บภาษีอากรในสมัยกรุงสุโขทัย การเก็บจังกอบในสมัยนั้นเก็บในอัตรา 10 ชัก 1 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อัตรา 100 ชัก 1" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุอัตรา “10 ชัก 1” ไม่ใช่ 100 ชัก 1 • "อัตรา 20 ชัก 1" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดอัตราไว้ที่ “10 ชัก 1” ไม่ใช่ 20 ชัก 1 • "อัตรา 10 ชัก 2" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเก็บจังกอบในอัตรา “10 ชัก 1” ไม่ใช่ 10 ชัก 2 อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “โดยวิธีเก็บจังกอบในสมัยนั้นจะเก็บในอัตรา 10 ชัก 1”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “โดยวิธีเก็บจังกอบในสมัยนั้นจะเก็บในอัตรา 10 ชัก 1”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q13
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีในสมัยรัชกาลที่ 4 กำหนดให้เก็บภาษีขาเข้าในอัตราเท่าใด

  • A. ร้อยละ 3 ของสินค้า ✓
  • B. ร้อยละ 10 ของสินค้า
  • C. ร้อยละ 5 ของสินค้า
  • D. ร้อยละ 2 ของสินค้า

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ร้อยละ 3 ของสินค้า" ตามประวัติการจัดเก็บภาษีอากรในสมัยรัชกาลที่ 4 สนธิสัญญากำหนดให้ยกเลิกภาษีเบิกร่องหรือภาษีปากเรือ แล้วเก็บภาษีขาเข้าแทนในอัตราเพียงร้อยละ 3 ของสินค้า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร้อยละ 10 ของสินค้า" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุอัตราภาษีขาเข้าเพียงร้อยละ 3 ของสินค้า ไม่ใช่ร้อยละ 10 • "ร้อยละ 5 ของสินค้า" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดอัตราภาษีขาเข้าไว้ที่ร้อยละ 3 ของสินค้า ไม่ใช่ร้อยละ 5 • "ร้อยละ 2 ของสินค้า" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้เก็บภาษีขาเข้าในอัตราเพียงร้อยละ 3 ของสินค้า อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “โดยให้เก็บภาษีขาเข้าแทน และให้เก็บในอัตราเพียงร้อยละ 3 ของสินค้าเท่านั้น”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “โดยให้เก็บภาษีขาเข้าแทน และให้เก็บในอัตราเพียงร้อยละ 3 ของสินค้าเท่านั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q14
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

กรมสรรพากรในและข้าราชการกรมสรรพากรในย้ายจากกระทรวงนครบาลมาขึ้นอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงพระคลังมหาสมบัติตั้งแต่วันใด

  • A. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2467
  • B. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458 ✓
  • C. วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2458
  • D. วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2458

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458" ตามหัวข้อการจัดเก็บภาษีอากรในสมัยรัชกาลที่ 6 กรมสรรพากรในและข้าราชการกรมสรรพากรในย้ายมาขึ้นอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงพระคลังมหาสมบัติตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458 เป็นต้นไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2467" ผิด: ข้อความระบุปีที่ย้ายกรมสรรพากรในว่า พ.ศ. 2458 ไม่ใช่ พ.ศ. 2467 • "วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2458" ผิด: ข้อความระบุว่าย้ายกรมสรรพากรในตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458 ส่วนวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2458 เป็นวันที่กล่าวถึงกรมสรรพากรนอก • "วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2458" ผิด: ข้อความกำหนดวันที่ย้ายกรมสรรพากรในไว้เป็นวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458 ไม่ใช่วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2458 อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ให้ยกกรมสรรพากรใน และข้าราชการกรมสรรพากรใน ซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับกระทรวงนครบาล มาขึ้นอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458 เป็นต้นไป”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ให้ยกกรมสรรพากรใน และข้าราชการกรมสรรพากรใน ซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับกระทรวงนครบาล มาขึ้นอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458 เป็นต้นไป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q15
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

อาคารที่ทำการถาวรหลังใหม่ของกรมสรรพากรทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ใด

  • A. วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540
  • B. วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2538
  • C. วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537 ✓
  • D. วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2540

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537" ตามประวัติกรมสรรพากร อาคารที่ทำการถาวรหลังใหม่ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเจ้าหน้าที่เริ่มเข้ามาทำงานตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 แต่พิธีวางศิลาฤกษ์มีขึ้นวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537 • "วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2538" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุชัดว่าทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537 ไม่ใช่ พ.ศ. 2538 • "วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2540" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2540 เป็นวันที่อาคารสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบ ส่วนพิธีวางศิลาฤกษ์มีขึ้นวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537 อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “สำหรับการก่อสร้างอาคารที่ทำการถาวรหลังใหม่ของกรมสรรพากรนั้น” ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “สำหรับการก่อสร้างอาคารที่ทำการถาวรหลังใหม่ของกรมสรรพากรนั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q16
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

นับตั้งแต่การก่อตั้งกรมสรรพากรจนถึงปัจจุบัน มีอธิบดีเข้ามาบริหารงานกรมสรรพากรจำนวนกี่ท่าน

  • A. 27 ท่าน
  • B. 30 ท่าน
  • C. 28 ท่าน
  • D. 29 ท่าน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "29 ท่าน" ตามประวัติกรมสรรพากร ระบุว่านับตั้งแต่การก่อตั้งจนถึงปัจจุบันมีอธิบดีเข้ามาบริหารงานกรมสรรพากรจำนวน 29 ท่าน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "27 ท่าน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่ามีอธิบดีจำนวน 29 ท่าน • "30 ท่าน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่ามีอธิบดีจำนวน 29 ท่าน ไม่ใช่ 30 ท่าน • "28 ท่าน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุจำนวนไว้ชัดเจนว่า 29 ท่าน และรายนามสิ้นสุดที่ลำดับ 29 อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “นับตั้งแต่การก่อตั้งกรมสรรพากรมาจนถึงปัจจุบันนี้มีอธิบดีเข้ามาบริหารงานกรมสรรพากรจำนวน 29 ท่าน”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “นับตั้งแต่การก่อตั้งกรมสรรพากรมาจนถึงปัจจุบันนี้มีอธิบดีเข้ามาบริหารงานกรมสรรพากรจำนวน 29 ท่าน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q17
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

เครื่องจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งม้ายี่ห้อ NCR เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อใด

  • A. วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510 ✓
  • B. วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2514
  • C. วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2510
  • D. วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2510

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510" ตามข้อมูลพิพิธภัณฑ์กรมสรรพากร เครื่องจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งม้ายี่ห้อ NCR เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2514" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเริ่มนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510 ไม่ใช่ พ.ศ. 2514 • "วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2510" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุวันที่ 1 ไม่ใช่วันที่ 10 • "วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2510" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุเดือนกันยายน ไม่ใช่เดือนตุลาคม อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “เป็นเครื่องจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งม้ายี่ห้อ NCR เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “เป็นเครื่องจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งม้ายี่ห้อ NCR เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q18
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประวัติกรมสรรพากร การบังคับบัญชาอากรเก่าและอากรใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 แยกออกเป็นกี่แผนก

  • A. 4 แผนก
  • B. 2 แผนก ✓
  • C. 3 แผนก
  • D. 1 แผนก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "2 แผนก" ตามประวัติกรมสรรพากร ตอนที่ 3 การบังคับบัญชาอากรเก่าและอากรใหม่แยกออกเป็น 2 แผนก โดยอากรเก่าอยู่ในพระคลังมหาสมบัติ ส่วนอากรใหม่อยู่ในกรมพระคลังสินค้า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "4 แผนก" ผิด: ถ้อยคำในแหล่งข้อมูลระบุชัดว่า “สองแผนก” • "3 แผนก" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดจำนวนไว้สองแผนก ไม่ใช่สามแผนก • "1 แผนก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “แยกออกเป็นสองแผนก” อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “การบังคับบัญชาอากรเก่าใหม่เหล่านี้ จึงได้แยกออกเป็นสองแผนก”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “การบังคับบัญชาอากรเก่าใหม่เหล่านี้ จึงได้แยกออกเป็นสองแผนก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q19
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประวัติกรมสรรพากร กรมสรรพากรย้ายเข้าทำงานในอาคารที่ทำการของตนเองตั้งแต่วันใด

  • A. วันที่ 31 เมษายน พ.ศ. 2540
  • B. วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2539
  • C. วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 ✓
  • D. วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2540

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540" ตามประวัติกรมสรรพากร เมื่อก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ ได้มีการย้ายเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วันที่ 31 เมษายน พ.ศ. 2540" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุเดือนมีนาคม ไม่ใช่เดือนเมษายน • "วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2539" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าย้ายเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 ไม่ใช่ พ.ศ. 2539 • "วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2540" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 ไม่ใช่วันที่ 30 มีนาคม อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ย้ายเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ย้ายเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q20
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประวัติกรมสรรพากร ตราพระอุเทนทราธิราชนั่งดีดพิณสามสายมีดอกสี่กลีบ (ประจำยาม) คั่นระหว่างอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษข้างละกี่ดอก

  • A. ข้างละ 4 ดอก
  • B. ข้างละ 2 ดอก
  • C. ข้างละ 1 ดอก
  • D. ข้างละ 3 ดอก ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ข้างละ 3 ดอก" คำบรรยายตราพระอุเทนทราธิราชนั่งดีดพิณสามสายในประวัติกรมสรรพากรระบุว่า ระหว่างอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีดอกสี่กลีบ (ประจำยาม) ข้างละ 3 ดอก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ข้างละ 4 ดอก" ผิด: คำว่า “สี่กลีบ” เป็นลักษณะของดอก แต่จำนวนดอกระบุว่าข้างละ 3 ดอก • "ข้างละ 2 ดอก" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดจำนวนไว้ข้างละ 3 ดอก ไม่ใช่ข้างละ 2 ดอก • "ข้างละ 1 ดอก" ผิด: คำบรรยายตราระบุว่ามีดอกสี่กลีบ (ประจำยาม) ข้างละ 3 ดอก อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ระหว่างอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีดอกสี่กลีบ (ประจำยาม) ข้างละ 3 ดอก”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “ระหว่างอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีดอกสี่กลีบ (ประจำยาม) ข้างละ 3 ดอก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q21
rd_history
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประวัติกรมสรรพากร พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรเป็นครั้งแรกกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันใด

  • A. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482 ✓
  • B. วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2482
  • C. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2481
  • D. วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2481

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482" ตามประวัติกรมสรรพากรในหัวข้อประมวลรัษฎากร พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรเป็นครั้งแรกมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2482" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุวันมีผลบังคับใช้เป็นวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482 ไม่ใช่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2482 • "วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2481" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482 ไม่ใช่ พ.ศ. 2481 • "วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2481" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482 อ้างอิงตัวบท ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482”

ประวัติกรมสรรพากร (เว็บไซต์กรมสรรพากร): “โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Exam Simulator

Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.

Exam Preview

What an approved exam looks like to a test-taker.

ความรู้เกี่ยวกับกรมสรรพากร: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1

Time limit: 21 minutes

  1. 1. ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของการรวมกรมสรรพากรนอกกับกรมสรรพากรในได้ถูกต้อง

    • A. ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ แล้วรวมเป็นกรมสรรพากรเพื่อให้การตรวจตราและจัดการเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น
    • B. ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และรวมเป็นกรมสรรพากรตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2457
    • C. ย้ายทั้งสองกรมมาสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ แต่ยังคงแยกเป็นสองกรมตามเดิม
    • D. รวมทั้งสองกรมเป็นกรมสรรพากร แล้วให้สังกัดกระทรวงมหาดไทยเพราะเป็นงานปกครองท้องที่
  2. 2. ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ใด

    • A. พ.ศ. 2418
    • B. พ.ศ. 2439
    • C. พ.ศ. 2416
    • D. พ.ศ. 2433
  3. 3. กรมสรรพากรย้ายที่ทำการไปอยู่ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ในพระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ใด

    • A. วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2473
    • B. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2491
    • C. วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2476
    • D. วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2478
  4. 4. ตามประวัติกรมสรรพากร สงครามมหาเอเชียบูรพาเกิดขึ้นเมื่อใด

    • A. วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2486
    • B. วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2481
    • C. วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2482
    • D. วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2485
  5. 5. ข้อใดอธิบายความหมายของข้อความเรื่องการส่งคืนตราพระราชทานได้ถูกต้อง

    • A. ตราประจำตัวต้องส่งคืนเมื่อไม่มีตัวผู้รับ และตราประจำตำแหน่งก็ต้องส่งคืนเช่นกัน
    • B. ตราประจำตัวต้องส่งคืนเมื่อไม่มีตัวผู้รับ ส่วนตราประจำตำแหน่งไม่ต้องส่งคืน
    • C. ตราประจำตัวตกทอดแก่ทายาทเมื่อไม่มีตัวผู้รับ ส่วนตราประจำตำแหน่งต้องส่งคืน
    • D. ตราประจำตัวและตราประจำตำแหน่งไม่ต้องส่งคืน เพราะเป็นตราที่พระราชทานแล้ว
  6. 6. หน่วยงานหนึ่งของกรมสรรพากรซึ่งปฏิบัติงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและขอความช่วยเหลือจากกองเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กองเทคโนโลยีสารสนเทศต้องดำเนินการอย่างไร

    • A. ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ประชาชนแทนหน่วยงานนั้น
    • B. ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่หน่วยงานนั้น
    • C. ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณแก่หน่วยงานนั้นแทนการสนับสนุนทางวิชาการ
    • D. ไม่ให้การสนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแก่หน่วยงานนั้น
  7. 7. กรมสรรพากรต้องวางกรอบตัวเลขการจัดเก็บและการคืนภาษีอากรล่วงหน้า และต้องตรวจสอบภายหลังว่าผลการจัดเก็บเป็นไปตามกรอบดังกล่าวหรือไม่ กองวิชาการแผนภาษีต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร

    • A. ติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากรให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลแทนประมาณการที่กำหนดไว้
    • B. จัดทำประมาณการเฉพาะการจัดเก็บภาษีอากร โดยไม่ต้องประมาณการคืนภาษีอากร
    • C. จัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร พร้อมทั้งติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากรให้สอดคล้องกับประมาณการที่ได้กำหนดไว้
    • D. จัดทำประมาณการจัดเก็บและคืนภาษีอากร โดยไม่ต้องติดตามประเมินผลการจัดเก็บภาษีอากร
  8. 8. ข้อใดอธิบายภารกิจของกรมสรรพากรตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร ได้ถูกต้อง

    • A. มุ่งใช้นโยบายภาษีโดยไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
    • B. มุ่งให้ได้ภาษีตามเป้าหมายโดยไม่ต้องคำนึงถึงความทั่วถึงและเป็นธรรม
    • C. มุ่งให้เกิดการเสียภาษีโดยไม่คำนึงถึงความสมัครใจของผู้เสียภาษี
    • D. มุ่งให้ได้ภาษีตามเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม และให้เกิดความสมัครใจในการเสียภาษี
  9. 9. ข้อใดอธิบายความหมายของ D – Development ในค่านิยม I AM RD ได้ถูกต้อง

    • A. พัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานและบริการให้ผู้เสียภาษีพึงพอใจ
    • B. มีความเป็นมืออาชีพ สั่งสมความรู้และความเชี่ยวชาญในงานที่รับผิดชอบ
    • C. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันหมั่นเพียร มุ่งมั่นและกระตือรือร้น
    • D. มีจริยธรรมและจรรยาบรรณ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
  10. 10. กรมสรรพากรนอกแบ่งส่วนราชการออกเป็นกี่แผนก

    • A. 5 แผนก
    • B. 6 แผนก
    • C. 7 แผนก
    • D. 8 แผนก
  11. 11. ข้อใดสรุปขอบเขตของบทความเรื่องประวัติการจัดเก็บภาษีอากรได้ถูกต้อง

    • A. บทความถือว่าเรื่องภาษีก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็นข้อยืนยันจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์โดยตรง
    • B. บทความเน้นวิวัฒนาการการจัดเก็บภาษีที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ตั้งแต่สมัยก่อนกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน
    • C. บทความเน้นวิวัฒนาการการจัดเก็บภาษีที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน
    • D. บทความถือว่าการเกณฑ์แรงงานภายในประเทศไม่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเก็บภาษี
  12. 12. ในสมัยกรุงสุโขทัย มีการเก็บจังกอบในอัตราเท่าใด

    • A. อัตรา 100 ชัก 1
    • B. อัตรา 20 ชัก 1
    • C. อัตรา 10 ชัก 2
    • D. อัตรา 10 ชัก 1
  13. 13. ตามสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีในสมัยรัชกาลที่ 4 กำหนดให้เก็บภาษีขาเข้าในอัตราเท่าใด

    • A. ร้อยละ 3 ของสินค้า
    • B. ร้อยละ 10 ของสินค้า
    • C. ร้อยละ 5 ของสินค้า
    • D. ร้อยละ 2 ของสินค้า
  14. 14. กรมสรรพากรในและข้าราชการกรมสรรพากรในย้ายจากกระทรวงนครบาลมาขึ้นอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงพระคลังมหาสมบัติตั้งแต่วันใด

    • A. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2467
    • B. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2458
    • C. วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2458
    • D. วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2458
  15. 15. อาคารที่ทำการถาวรหลังใหม่ของกรมสรรพากรทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ใด

    • A. วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540
    • B. วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2538
    • C. วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537
    • D. วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2540
  16. 16. นับตั้งแต่การก่อตั้งกรมสรรพากรจนถึงปัจจุบัน มีอธิบดีเข้ามาบริหารงานกรมสรรพากรจำนวนกี่ท่าน

    • A. 27 ท่าน
    • B. 30 ท่าน
    • C. 28 ท่าน
    • D. 29 ท่าน
  17. 17. เครื่องจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งม้ายี่ห้อ NCR เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อใด

    • A. วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510
    • B. วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2514
    • C. วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2510
    • D. วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2510
  18. 18. ตามประวัติกรมสรรพากร การบังคับบัญชาอากรเก่าและอากรใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 แยกออกเป็นกี่แผนก

    • A. 4 แผนก
    • B. 2 แผนก
    • C. 3 แผนก
    • D. 1 แผนก
  19. 19. ตามประวัติกรมสรรพากร กรมสรรพากรย้ายเข้าทำงานในอาคารที่ทำการของตนเองตั้งแต่วันใด

    • A. วันที่ 31 เมษายน พ.ศ. 2540
    • B. วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2539
    • C. วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540
    • D. วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2540
  20. 20. ตามประวัติกรมสรรพากร ตราพระอุเทนทราธิราชนั่งดีดพิณสามสายมีดอกสี่กลีบ (ประจำยาม) คั่นระหว่างอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษข้างละกี่ดอก

    • A. ข้างละ 4 ดอก
    • B. ข้างละ 2 ดอก
    • C. ข้างละ 1 ดอก
    • D. ข้างละ 3 ดอก
  21. 21. ตามประวัติกรมสรรพากร พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรเป็นครั้งแรกกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันใด

    • A. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482
    • B. วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2482
    • C. วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2481
    • D. วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2481